เราอยากเป็นศูนย์รวมแหล่งรับซื้อน้ำนมแพะจากเกษตรกรมากกว่า เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่เลี้ยงแพะ เพราะที่ผ่านมา คุ้นเคยแต่แหล่งรับซื้อน้ำนมวัวดิบ แต่ศูนย์รับซื้อนมแพะยังไม่เคยเกิดขึ้นในเมืองไทย” นี่เป็นความฝันของ “กุ้ง-วีรินทร์ สราญจิต” เจ้าของ “สุริยะฟาร์ม” ได้ถ่ายทอดถึงความฝันของการทำธุรกิจฟาร์มเลี้ยงแพะ-แกะแบบครบวงจรแห่งนี้! ขณะเดียวกันเวลานี้ “ธพว.” หรือธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ได้เสนอเข้าร่วมทุน โดยผ่านกองทุนร่วมทุน (เวนเจอร์ แคปปิตอล ฟันด์) โดยให้วงเงินลงทุน 30 ล้านบาท ซึ่งสุริยะฟาร์มเข้าไปบริหารจัดการ เพื่อแจ้งเกิดโปรเจคท์นี้ให้ได้ ด้วยการช่วยเหลือเกษตรกรที่เลี้ยงแพะ เลี้ยงแกะ รวมถึงการยกระดับความเป็นอยู่ของเกษตรกรได้อย่างเป็นรูปธรรม “กุ้ง” บอกว่า การลงทุนขนาดนี้ เป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับตนเองและครอบครัว จึงต้องใช้เวลาคิดค่อนข้างนาน และให้รอบคอบที่สุด ด้วยความที่เป็นชาวบ้านธรรมดา ที่เพิ่งสร้างเนื้อสร้างตัวไม่มีทายาทเข้ามาดูแลกิจการต่อ จึงทำให้ต้องชั่งน้ำหนักอย่างดี ที่สำคัญ หากขยายกิจการก็ทำให้… ’เป็นหนี้“ แม้ว่า ธพว.รับประกันว่า ไม่ใช่การเป็นหนี้จากการกู้ยืม แต่เป็นการลงทุนร่วมกันก็ตาม
ต้องยอมรับว่า ในฐานะของผู้ประกอบการ ในฐานะคนทำธุรกิจแล้ว ย่อมเป็นเรื่องใหญ่ เพราะเท่ากับว่าต้องทำงานหนักขึ้นหลายเท่าตัวทีเดียว ที่สำคัญต้องเข้ามารับผิดชอบต้องเข้ามาบริหารหากทำอะไรผิดพลาด ชื่อเสียงที่สั่งสมมาเป็นเวลานานอาจต้องสูญเสียไปก็ได้ ที่สำคัญ ณ เวลานี้ต้องยอมรับว่า การทำธุรกิจเป็นแบบชิลชิล มีรายได้ในระดับหนึ่ง อยู่ได้ บริหารจัดการได้ เพราะกว่าที่ธุรกิจนี้จะประสบความสำเร็จ ใช้เวลามานานกว่า 10 ปีเหมือนกัน หลังจากที่เริ่มต้นมาจากฟาร์มเลี้ยงวัวเมื่อปี 39 แต่ด้วยสารพัดปัญหา ทำให้ธุรกิจไม่ประสบความสำเร็จ จนต้องหันมาเลี้ยงแพะ เมื่อปี 45 เพราะเป็นคนรักสัตว์ และเห็นอาบังจูงแพะมาเลยอยากเลี้ยง จึงซื้อมา 2 ตัวเป็นแพะแม่ลูก ชื่อ “สายป่าน” ส่วนตัวลูกชื่อ “ฟ้าใส” ขณะเดียวกันเมื่อเลี้ยงไปแล้วก็เกิดความรัก ความผูกพัน จาก 2 ตัว ก็ขยายเป็นฟาร์มเพาะเลี้ยง ขยายสายพันธุ์ นำน้ำนมไปจำหน่าย แต่เมื่อฟาร์มขยายใหญ่ขึ้น ค่าใช้จ่ายก็มากขึ้นตาม จึงต้องหาวิธีแปรูป เพิ่มมูลค่าให้น้ำนมแพะ จึงได้เข้าโครงการของรัฐในหลาย ๆ โครงการ เพื่อศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมหลาย ๆ ด้าน เพื่อพัฒนาตัวเอง พัฒนาธุรกิจจนได้รับรางวัล “เอสเอ็มอี เบส แพคทีส” จากกระทรวงอุตสาหกรรม รวมถึงได้รับงบประมาณจากภาครัฐมาพัฒนาแพ็กเกจจิ้ง พัฒนาเว็บไซต์ เครื่องบรรจุภัณฑ์และอีกหลายโครงการ จนถึงทุกวันนี้อาจเรียกได้ว่า “สุริยะฟาร์ม” ได้ทำธุรกิจเลี้ยงแพะแบบครบวงจรทีเดียว !!! แต่…ไม่ได้หมายความว่า…สุริยะฟาร์มจะปฏิเสธโครงการนี้ไปเลย เพียงแต่ต้องใช้เวลาคิดกันนานหน่อยเท่านั้น เพราะขนาดพื้นที่ฟาร์มกว่า 100 ไร่ มีแพะกว่า 300 ตัว ที่ต้องเลี้ยงดู มีกิจการเรื่องของการขยายสายพันธุ์ กิจการน้ำนมแพะ ทั้งน้ำนมสด และน้ำนมแพะแปรรูป 100% ไม่มีผสม รวมถึงผลิตภัณฑ์ด้านเครื่องสำอาง ที่ได้พัฒนาร่วมกับคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในชื่อ “อลิส” ผลิตภัณฑ์จากน้ำนมแพะ …จึงทำให้ต้องคิดมากกว่าคนอื่น นอกจากนี้สุริยะฟาร์มจะรับซื้อน้ำนมแพะจากเกษตรกรใน จ.นครราชสีมา มาเป็นวัตถุดิบ ที่สำคัญแล้วยังรับซื้อจากเกษตรกรใน จ.ราชบุรี กาญจนบุรี และจังหวัดอื่น ๆ ในเขตภาคกลาง โดยแต่ละวันจะมีปริมาณมากถึง 400-500 กก. แล้วแต่คำสั่งซื้อในแต่ละช่วง หากต้องมาออกงานแสดงสินค้าต่าง ๆ ออร์เดอร์จะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งน้ำนมแพะส่วนใหญ่ที่รับซื้อ รวมถึงของสุริยะฟาร์มเอง แล้วนำมาผลิตและจำหน่ายเป็นน้ำนมแพะ 80% ที่เหลือ 20% นำไปผลิตเป็นเครื่องสำอาง ไม่ใช่เพียงแค่ความฝันที่ต้องการเป็นศูนย์รับซื้อนมแพะจากเกษตรกรไทยเท่านั้น ที่ “กุ้ง” และครอบครัวต้องการ แต่ด้วยความที่เป็นธุรกิจเอสเอ็มอี ที่ทำฟาร์มแพะแบบครบวงจร ก็ต้องการขยายตลาดเครื่องสำอาง หรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจากน้ำนมแพะด้วยเช่นกัน เพราะยี่ห้อ “อลิส” นี้ มีชื่อเสียงมากในไทยและคนไทยรู้จัก ในเมื่อเวลาเราไปเที่ยวออสเตรเลีย หรือนิวซีแลนด์ หรือที่ประเทศอื่น ซึ่งเราก็ขนซื้อสินค้าสารพัดยี่ห้อที่ทำจากนมแพะเข้ามากันเป็นจำนวนมากแล้ว ทำไมเราถึงไม่หาวิธีทำให้นักท่องเที่ยว หรือคนต่างประเทศ เมื่อเข้ามาเที่ยวเมืองไทยแล้ว ก็ขนซื้อสินค้า “อลิส” ที่ทำมาจากน้ำนมแพะกลับไปบ้างเช่นกัน ต้องยอมรับว่า เวลานี้ผลิตภัณฑ์จากน้ำนมแพะยี่ห้อ “อลิส” ต่างมีชื่อเสียง และหลายประเทศรู้จัก แต่ด้วยความที่เป็นนักธุรกิจบ้านนอก นักธุรกิจภูธร ดังนั้น เรื่องของ “ภาษา” จึงกลายเป็นข้อจำกัด เป็นอุปสรรคสำคัญที่สุดในการขยายตลาด รวมไปถึงกระบวนการวิธีการส่งออก ที่ต้องผ่านระบบพิธีการศุลกากร รวมถึงกระบวนการส่งออกที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ที่สุริยะฟาร์มไม่มีประสบการณ์ และเป็นข้อด้อยสำคัญ จึงทำให้ความฝันที่ว่าต้องสะดุด ทุกวันนี้ ที่บอกว่าชื่อเสียงของ “อลิส” เป็นที่รู้จักในต่างประเทศ เป็นเพราะคนไทยที่รู้จัก และรู้ดีถึงสรรพคุณของ “อลิส” ได้หิ้วออกไปขายเอง ไม่ว่าจะเป็นจีน เยอรมนี หรือสวีเดน ซึ่งได้รับการบอกต่อจากคนไทยเหล่านี้ จนทำให้ “อลิส” กลายเป็นที่รู้จักของคนต่างชาติ ยกเว้นที่ สปป.ลาว ประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง ที่ไม่จำเป็นต้องใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร เราสามารถนำไปขายได้เอง โดยเฉพาะในช่วงที่ไปออกร้าน ไปออกบูธ ที่สามารถขายสินค้าได้มาก เพราะพ่อค้าแม่ค้าจากฝั่ง สปป.ลาว จะข้ามมาซื้อผลิตภัณฑ์ “อลิส” ไปขายต่อในฝั่ง สปป.ลาว อีกทอดหนึ่ง นอกจากนี้ ยังได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อสกัดสารจาก “รกแพะ” มาผลิตเป็นเครื่องสำอาง เพื่อช่วยกระชับผิวหน้า ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิวหน้า ซึ่งความร่วมมือนี้ ได้รับความสำเร็จเป็นอย่างดีแล้ว และมีผู้ประกอบการหลายรายให้ความสนใจในนวัตกรรมนี้มาก โดยอยู่ระหว่างพูดคุยในรายละเอียดร่วมกัน ด้วยความสำเร็จของ “อลิส” แม้เพิ่งเริ่มดำเนินการอย่างจริงจังมาได้กว่า 2 ปี หรือมีอุปสรรคปัญหาบ้าง แต่ไม่ได้หมายความว่า “สุริยะฟาร์ม” จะล้มเลิกความตั้งใจ หรือล้มเลิกความฝัน แต่นั่นหมายความว่า จะเร่งพัฒาตัวเอง ทั้งการศึกษาหาความรู้ด้านภาษาอังกฤษ กระบวนการส่งออกและนำเข้าที่เป็นสากล ทั้งด้วยตัวเองและการแสวงหาผู้เชี่ยวชาญ ผู้มีความรู้ เพื่อให้การขยายชื่อเสียงของ “อลิส” ไปในต่างประเทศนั้น ประสบความสำเร็จ ควบคู่ไปกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์การใช้นวัตกรรม เทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อผลิตสินค้าที่ดี มีสรรพคุณสูง ปลอดภัย ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคทั่วโลก “กุ้ง-วีรินทร์” ทิ้งท้ายไว้ว่า ขึ้นชื่อว่าผลิตภัณฑ์จากน้ำนมแพะแล้ว เชื่อว่าทุกคนต่างรู้ถึงสรรพคุณ รู้ถึงประโยชน์ของน้ำนมแพะเป็นอย่างดี เพียงแต่ผู้ประกอบการภูธร ต้องเร่งพัฒนาตัวเองในทุกด้าน เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการก้าวไปสู่การแข่งขันในตลาดต่างประเทศ!!!.

0 comments:
แสดงความคิดเห็น