'เสี่ยอู๊ด' นักสร้างพระชื่อดัง กินยาตาย ทิ้งจดหมายตัดพ้อไร้คนจริงใจ



"เสี่ยอู๊ด สิทธิกร บุญฉิม" นักสร้างพระดัง กินยาฆ่าตัวตายลาโลกที่โรงแรมตัวเมืองพิษณุโลก ทิ้งจดหมายลาตายตัดพ้อไร้คนจริงใจ แต่ภูมิใจเป็นเด็กกำพร้าจบแค่ ม.3 อยู่มาได้จนทุกวันนี้ สั่งเสียให้น้องชายเผาไม่ต้องทำพิธี...

เมื่อวันที่ 30 ต.ค. มีรายงานว่า "เสี่ยอู๊ด" นายสิทธิกร บุญฉิม นักสร้างพระชื่อดัง เสียชีวิตแล้ว หลังตัดสินใจกินยาฆ่าตัวตายภายในโรงแรมแห่งหนึ่ง ถนนพระลือ ต.ในเมือง จ.พิษณุโลก คาดเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 2 วัน อยู่บนเตียงสภาพศพนอนคว่ำหน้า ภายในห้องยังเปิดไฟแสงสว่างอยู่ ไม่มีร่องรอยการรื้อค้น หรือร่องรอยการถูกทำร้าย

พร้อมทิ้งจดหมาย เขียนด้วยลายมือลงในกระดาษ เอ4  ที่มีข้อความระบุ ถึงความภูมิใจที่ได้เกิดมาจากเด็กกำพร้ายากจนมีวุฒิแค่ ม.3 แต่ดิ้นรนมาจนมีวันนี้ และความเสียใจเชิงตัดพ้อไร้คนจริงใจ ว่าเคยช่วยผู้อื่นแต่ไม่เคยช่วยญาติพี่น้อง สุดท้ายได้รับผลตอบแทนที่ทำให้เสื่อมเสียไม่มีความดีและความจริง จากผู้ที่เคยช่วยเหลือไป นอกจากนี้ยังสั่งเสียให้น้องชายขึ้นมาจัดการงานศพ โดยไม่ต้องทำพิธีใดๆ  


นอกจากนี้ในใจความจดหมายทิ้งท้ายฝากบอกบุญให้คนไทยไปบริจาคทรัพย์พระกริ่ง ที่เคยบริจาคไว้ ก่อนจะลงลายมือท้ายจดหมาย ฝากคำคมข้อคิดจากบัณฑิต ม.3 ว่า "ดีที่สุดคือหยุดอยาก ดียากคืออยากที่สุด" ระบุลายเซ็น พร้อมวันเขียน เป็น วันออกพรรษา ปี 2558 (27 ตุลาคม 2558)​ โดยเนื้อความในจดหมายได้ระบุถึงวันกินยาฆ่าตัวตายไว้อย่างชัดเจน แต่ทางเจ้าหน้าที่เพิ่งทราบเหตุการณ์ตายในวันนี้ (30 ตุลาคม 2558) 

สำหรับประวัติของเสี่ยอู๊ด เมื่อปลายปี 2551 ถูกศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก ฐานฉ้อโกงประชาชน โดยให้คืนเงินกว่า 4 ล้าน ฐานใช้และเลียนแบบเครื่องหมายราชการโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมจำคุก 5 ปี ต่อมาวันที่ 3 มี.ค. 2556 ศาลอุทธรณ์ ได้พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น โดยเสี่ยอู๊ด ได้ขอให้พักการลงโทษและลงโทษสถานเบา แต่ศาลเห็นว่ามีเจตนานำเครื่องหมายมหามงกุฎมาใช้ประดับหลังพระเครื่อง แม้จะตัดเครื่องหมายประกายด้านบนออกและตัดข้อความด้านล่างออก ก็ทำให้เข้าใจผิดไปได้ว่าเป็นเครื่องหมายมหามงกุฎ จึงเป็นการใช้ตราโดยไม่ได้รับอนุญาต มีความผิดตามฟ้อง นอกจากจากนี้ ยังมีเจตนามุ่งจำหน่ายพระเครื่องเพื่อหลอกลวงประชาชนทั่วไป เป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน คนจำนวนมากหลงเชื่อจนเกิดความเสียหาย อุทธรณ์ฟังไม่ขึ้น จึงพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น


http://www.thairath.co.th/content/535900

0 comments:

แสดงความคิดเห็น