รรท.ผบช.น. ร่วม ตร.หัวหมาก นำหนุ่มวัย 35 ปี ใช้มีดจี้ชิงทองร้านเดิม 2 ครั้ง ได้ทองรวม 29 บาท มูลค่าเกือบ 6 แสนบาท ทำแผนหลังรวบตัวคาห้องพัก สารภาพ หาเงินใช้หนี้พนัน พบประวัติเคยเข้าคุกคดีเดียวกันมาแล้ว 3 ปี
เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 58 พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ร่วมกับตำรวจ สน.หัวหมาก คุมตัว นายคเชนทร์ โอชารส อายุ 35 ปี ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ ห้างทองอี้เซ่งเฮง เลขที่ 93 ถนนศรีนครินทร์ แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ หลังใช้อาวุธมีดชิงทรัพย์ร้านทองดังกล่าว 2 ครั้ง ได้ทองคำไปรวม 29 บาท มูลค่าประมาณ 580,000 บาท
โดย นายคเชนทร์ รับสารภาพว่า เมื่อวันที่ 28 ต.ค. ที่ผ่านมา ขี่รถจักรยานยนต์ถอดแผ่นป้ายทะเบียนไปจอดไว้ที่ฟุตปาทห่างจากร้านทองประมาณ 10 เมตร จากนั้นเดินไปที่ร้านทอง ไม่ได้ใส่หมวกกันน็อกปิดบังใบหน้า และขอเจ้าของร้านดูสร้อยทองหนัก 3 บาท แต่เมื่อเจ้าของร้านเห็นหน้าก็จำได้ว่าเป็นคนร้ายที่เคยมาชิงทรัพย์ทองเมื่อวันที่ 1 ต.ค. คนร้ายเห็นท่าไม่ดีจึงชักอาวุธมีดออกมาขู่ เจ้าของร้านจึงหยิบไม้เบสบอลหลังร้าน ระหว่างนั้นคนร้ายรีบกวาดสร้อยทองไปรวม 10 เส้น ก่อนจะถูกเจ้าของร้านที่กลับออกมาเอาไม้เบสบอลไล่ตี แต่ นายคเชนทร์ รีบขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปได้ โดยตำรวจไปตามจับกุมได้ที่ห้องพักของแมนชั่นในซอยกรุงเทพกรีฑา 47
รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล นำหนุ่มจี้ชิงทอง 29 บาท ย่านกรุงเทพฯกรีฑา ทำแผนประกอบรับคำสารภาพ
สำหรับสร้อยทองที่ขโมยไปนั้น นายคเชนทร์ เอาไปขายที่ร้านทองในห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านรังสิต แล้วบางส่วน เพื่อนำเงินมาใช้หนี้พนัน ส่วนสาเหตุที่เลือกชิงทรัพย์ร้านนี้เพราะไม่ติดลูกกรง นอกจากนี้ นายคเชนทร์ ยังเคยใช้ปืนปลอมชิงทรัพย์ที่ร้านทองใน จ.นครสวรรค์ จนติดคุก 3 ปีมาแล้ว
อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ตำรวจจะคุมตัว นายคเชนทร์ ไปฝากขังที่ศาลอาญารัชดา ในข้อหาชิงทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ และพกพาอาวุธมีดในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควรต่อไป

0 comments:
แสดงความคิดเห็น